23 May 2021 14:15 น.
อ่าน 808 ครั้ง
เงินกู้ 7 แสนล้าน กับ ประโยชน์ทางการเมือง : คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3681 หน้า 4 ระหว่างวันที่ 23-26 พ.ค.2564 โดย… ว.เชิงดอย
+++ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ระลอก 3 สำหรับประเทศไทยยังไม่มีวี่แววว่า จะ “คลี่คลาย” ลง ได้ง่าย ๆ ตัวเลยผู้ติดเชื้อใหม่ยังทรงอยู่ที่วันละ 2-4,000 คน ผู้เสียชีวิตก็ยังอยู่ในระดับ 2-3,000 คนต่อวัน โดยข้อมูลของ ศบค. ณ วันที่ 19 พ.ค.64 ที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,394 ราย ประกอบด้วย ผู้ติดเชื้อในประเทศจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,625 ราย, จากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 254 ราย และจากเรือนจำและที่ต้องขัง 1,498 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 17 ราย โดยมาจากอินเดีย ฮ่องกง มัลดิฟส์ เกาหลีใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาร์เรน ประเทศละ 1 ราย บังคลาเทศ 3 ราย และกัมพูชา 8 ราย
+++ สำหรับผู้เสียชีวิต ณ วันที่ 19 พ.ค.64 เพิ่มขึ้น 29 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมเพิ่มเป็น 678 ราย โดยผู้เสียชีวิต 29 ราย เป็นคนกรุงเทพฯ 14 ราย สมุทรปราการ 5 ราย ปทุมธานี 2 ราย ฉะเชิงเทรา ลำพูน ชลบุรี สระบุรี นครปฐม กำแพงเพชร หนองคาย และนนทบุรี จังหวัดละ 1 ราย อายุระหว่าง 42-92 ปี ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันสูง ไตเรื้อรัง อ้วน และ สูงอายุ
+++ เห็นสถิติการติดเชื้อโควิด-19 แล้ว บอกได้คำเดียวว่า “เครียด” กันทั้งประเทศ เพราะจากการแพร่ระบาดระลอก 1 ถึง 2 ถึง 3 วิถีชีวิตคนไทยต้อง “จมปลัก” และใช้ชีวิตแบบลำบากลำบนทั้งการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพทำมาหากิน ได้รับผลกระทบกันไปหมดมาเป็น 1-2 ปี และคงจะอยู่กับมันไปอีกนาน ตราบที่ประชาชนคนไทยยัง “ฉีดวัคซีนโควิด” กันไม่ครอบคลุมคนส่วนใหญ่ของประเทศ และยังไม่เกิด “ภูมิคุ้มกันหมู่” เพราะฉะนั้นหนทางเดียวที่จะเอาชนะ “โควิด-19” ได้คือ คนไทยส่วนใหญ่ต้องกล้าที่จะฉีดวัคซีนโควิด ไม่ต้องกลัวอันตรายใดๆ เพราะปรมาจารย์ด้านการแพทย์ทั้งหลายก็ออกมา “การันตี” แล้วว่า “ปลอดภัย” …หากไม่เชื่อ “หมอ” แล้วจะไปเชื่อใคร?
+++ การต่อสู้เพื่อ “เอาชนะ” ไวรัสโควิด ก็ต่อสู้กันไป อีกทางหนึ่งการ “ฟื้นฟูเศรษฐกิจ” ก็ต้องทำควบคู่กันไป ว่าแล้ว ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2564 ที่ผ่านมา ก็มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อฟื้นฟูและเยียวยาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด -19 ระลอกใหม่ วงเงิน 700,000 ล้านบาท จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ บอกว่า เรื่องนี้เป็นภาพรวม เพราะงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 จะเป็นเงินลงทุนประมาณ 700,000 ล้านบาท ส่วนเงินกู้อีก 700,000 ล้านบาท จะเข้ามาช่วยเพิ่มเติมในวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน 3 ข้อ คือ 1.นำมาใช้จ่ายเรื่องการแก้ปัญหาโรคโควิด-19 ทั้งการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม เครื่องมือแพทย์ และสิ่งอื่นๆที่จำเป็น มีวงเงินประมาณ 30,000 ล้านบาท 2.นำมาใช้เพื่อการชดเชยและเยียวยา ประมาณ 400,000 ล้านบาท ส่วนอีก 270,000 ล้านบาท จะนำมาใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ดังนั้นเรื่องนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ทั้งการช่วยในการแก้ปัญหาโรคโควิด-19 และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจไปในเวลาเดียวกัน และรัฐบาลต้องเข้าไปกำกับดูแลการใช้งบประมาณให้เป็นไปตามนี้
+++ สำหรับงบประมาณที่จะมีเพิ่มมาอีก 700,000 ล้านบาท จากการกู้เพื่อแก้ปัญหาโควิด ในแง่หนึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ และหากมองอีกแง่หนึ่งใน “เชิงการเมือง” ถือว่า “เข้าทาง” พรรคพลังประชารัฐ ที่จะสามารถนำไป “เคลม” ได้ว่า เป็นผลงานของ “รัฐบาลลุงตู่” และพรรคพลังประชารัฐ ในการช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ประชาชนชื่นชอบ ทั้งโครงการ “คนละครึ่ง –เราชนะ- ม.33เรารักกัน” หรือโครงการอื่น ๆ ที่เป็นลักษณะ “ประชานิยม” และอย่าลืมว่าอำนาจทั้งหมดตามกฎหมายในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 อยู่ในมือ “ลุงตู่” หมดแล้ว
+++ เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด การฟื้นฟูเศรษฐกิจ และ การช่วยเหลือเยียวยาประชาชน หากทำได้ดี ประสบความสำเร็จ ก็ไม่วายที่จะถูกนำไปอ้างใช้ในการหาเสียงการเลือกตั้งครั้งต่อไป …ดีไม่ดี หากสถานการณ์โควิดของประเทศไทยดีขึ้น คะแนนนิยมของประชาชนที่มีต่อ “รัฐบาลลุงตู่” ก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ ประกอบกับหากประเมินแล้วว่า มีโอกาสสูง “ลุงตู่” จะได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีก (หากกติกายังไม่เปลี่ยนแปลง) อาจจะเห็นการ “ยุบสภา” เกิดขึ้นปลายปีนี้ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ก็เป็นไปได้…

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij